Home คริสเตียนศึกษา
Category:

คริสเตียนศึกษา

  • ช่วงอาทิตย์สุดท้าย พระเยซูได้เสด็จประทับที่กรุงเยรูซาเล็ม จนถึงวันพฤหัสบดีและได้ร่วมโต๊ะเสวยกับเหล่าสาวกเป็นครั้งสุดท้าย ที่เรียกว่า “LAST SUPPER” (มัทธิว 26:26-29) หลังจากนั้น พระองค์จึงพาสาวกของพระองค์ไปอธิษฐานที่สวนเกทเสมนี พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าถึง 3 ครั้ง (มัทธิว 26:36-46) จากนั้นยูดาสสาวกของพระองค์ และคนเป็นอันมากมาจับพระองค์ไป พระองค์ก็เสด็จไปโดยมิได้ขัดขืน และทรงห้ามสาวกไม่ให้ต่อสู้

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail
  • “ชีวิตคริสเตียน” …ชีวิตคริสเตียนจะต้องเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ เพื่อที่ชีวิตของเราจะเต็มไปด้วยพลังในการดำเนินชีวิตและการรับใช้  “ไม่ใช่ด้วยฤทธิ์ หรือ แรง กำลังของเรา แต่ด้วยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า” ขอให้เราทุกคนเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า เพื่อชีวิตของเราจะเต็มร้อยกับพระเจ้าในการดำเนินชีวิตและการรับใช้ ​เราจะมีชีวิตเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ด้วยการ …. 1. เอาจริงเอาจังในการนมัสการพระเจ้า 2. เอาจริงเอาจังในพระวจนะของพระเจ้า 3. เอาจริงเอาจังในการอธิษฐาน 4. เอาจริงเอาจังในการร่วมสามัคคีธรรม สร้างและรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น 5. เอาจริงเอาจังในการรับใช้ การประกาศ…

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail
  • การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ หลักการดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ เพราะความเชื่อเป็นกุญแจสำคัญในการรับพระพรจากพระเจ้า ความเชื่อเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ และเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาให้มีมากขึ้นได้ ความเชื่อเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างเกินความสามารถและความเข้าใจของเรา พระเจ้าไม่พอพระทัยคนที่ไม่มีความเชื่อ ดังนั้น คริสเตียนจึงต้องรักษาความเชื่อไว้ตลอดชีวิต คำกล่าวที่ว่า “ชีวิตเราเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ 1. ความหมายของความเชื่อ ฮบ.11.1 ความเชื่อ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง อารมณ์ความรู้สึกหรือความรู้สึกหรือความนึกคิด แต่หมายถึง  การพึ่งพา ความวางใจ การยึดมั่นในความรักของพระเจ้า สิ่งสำคัญที่ควรเชื่อ เชื่อว่าความรอดที่เราได้รับ พระเจ้าประทานโดยทางพระเยซูนั้นเป็นเรื่องจริงไม่ใช่งมงาย ความเชื่อของคริสเตียนเป็นความเชื่ออย่างมีเหตุผล และต้องปฏิบัติตามโดยยอมอุทิศตัวให้กับพระเจ้า 2. สาเหตุที่ทำให้ขาดความเชื่อ…

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail
  • ศักเคียสเป็นแบบอย่างที่ดีในพระคัมภีร์ ที่มีท่าทีแสวงหาพระเจ้า เป็นคนที่กลับใจจริงๆ และตั้งใจที่จะเดินกับพระเจ้า  ถึงแม้ว่าการที่เขาเชื่อพระเจ้านั้น  เขาจะเสียประโยชน์มากมายในชีวิตของเขา แต่เขาก็ยินดีที่จะเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิตของเขา เพื่อแลกกับการได้รู้จักพระเจ้า และพระองค์ก็เสด็จมาอยู่ในชีวิตของเขา ซึ่งเราเองในฐานะที่เป็นผู้เชื่อ เราน่าจะเอาชีวิตของเขาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของเราและในการแสวงหาพระเจ้า ลก.19.1-10 ศักเคียสเป็นนายด่านเก็บภาษี  ซึ่งในสมัยนั้นเป็นคนที่น่ารังเกียจมาก  ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย  เพราะเป็นคนเห็นแก่ตัว  ขูดรีดเงินคนยากคนจน  และที่สำคัญศักเคียสเป็นชาวฮีบรูแต่กลับไปรับใช้ในโรม  แล้วขูดรีดพวกเดียวกัน จึงทำให้คนฮีบรู ในสมัยนั้นไม่ชอบศักเคียสมากนัก  แต่ท่าทีของศักเคียสที่น่าสนใจก็คือ 1. มีใจอยากรู้จักพระเยซู *เขาพยายามจะดูให้เห็นว่าพระเยซูเป็นใคร? *การที่เราอยากจะรู้จักพระเจ้า เราต้องมีท่าทีที่แสวงหาพระเจ้าแบบศักเคียสโดยผ่านทาง การอธิษฐาน คือ การอธิษฐานขอประสบการณ์กับพระเจ้า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการแสวงหาพระเจ้า 2. เป็นคนมีความตั้งใจแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง *เขาจึงวิ่งขึ้นไปบนต้นมะเดื่อเพื่อจะเห็นพระองค์ *รู้ว่าทางไหนที่จะพบพระเยซู  เขายินดีที่จะทำทุกทาง แม้จะลำบาก เช่น การอธิษฐาน การอ่านพระคัมภีร์ การนมัสการ ผู้เลี้ยงสอนพระคัมภีร์  ล้วนเป็นหนทางที่เราจะพบพระเยซูทั้งสิ้น  3. แล้วพระเยซูจะสำแดงพระองค์กับผู้ที่แสวงหาพระองค์ *และพระองค์จะพักอยู่ที่บ้านของเขา *พระองค์จะให้เรามีประสบการณ์กับพระเจ้า  เมื่อเราแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจของเรา  และพระเจ้าจะสถิตอยู่กับเราในทุกๆ ที่…

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail
  • เบื้องหลังการอดอาหาร อธิษฐาน ตามธรรมบัญญัติในพระคัมภีร์เดิม คนยิวมีวันอดอาหารประจำชาติเพียงวันเดียวคือ “วันลบบาป” คือวันที่ 12 เดือน เจ็ด ( ปลายเดือนกันยายน/ ต้นตุลาคม ) สมัยที่อิสราเอลเป็นเชลยในบาบิโลน ชาวยิวยังอดอาหารในเดือน ห้า และ เดือนที่ เจ็ด เพื่อไว้ทุกข์ให้ เกดาลิยาห์ ผู้ว่าราชการยูดาห์ ที่ถูกลอบ ฆ่า และการที่พระวิหารถูกทำลาย…

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail
  • การมาเป็นคริสเตียนไม่ใช่การเปลี่ยนศาสนา  แต่เป็นการหันหลังให้กับบาป เพื่อกลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงสร้างเรา ดังนั้นชีวิตคริสเตียนจึงควรเป็นชีวิตที่มีประสบการณ์ในความสัมพันธ์และในการเดินกับพระเจ้าทุก ๆ วัน และส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสัมพันธ์ในการเดินกับพระเจ้าคือ การได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า และฟังเสียงของพระองค์  ซึ่งมาถึงเราได้ในหลายๆ ทาง เป็นปกติที่เราจะได้ยินเสียงของพระเจ้า ยน.10.5,27 บอกชัดเจนว่าแกะของพระองค์ย่อมได้ยินเสียงของพระองค์ กจ.13.2 คริสตจักรสมัยแรกได้ยินเสียงของพระเจ้าอย่างชัดเจน  มีสิทธิอำนาจในการนำทิศทางคริสตจักร กจ.16.6-7 พระวิญญาณบริสุทธิ์สั่งห้ามเปาโล  พวกเขาเชื่อฟังเสียงของพระเจ้า เราในฐานคริสเตียนจึงไม่ควรประหลาดใจที่ได้ยินเสียงของพระเจ้า แต่ควรตระหนักว่าเป็นปกติที่เราจะได้ยินเสียงของพระเจ้าในการดำเนินชีวิตของเรา  เพราะเรามีพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ที่สามารถตรัสกับเราได้ ลักษณะเสียงของพระเจ้า เสียงของพระเจ้ามาถึงเราได้ในหลายๆ ทาง  คนจำนวนมากมักจำกัดว่าเสียงของพระเจ้าจะมาถึงเราอย่างอัศจรรย์  เช่น ส่งฑูตสวรรค์มาบอก แท้ที่จริงเสียงของพระเจ้ามาถึงเราผ่านคำเทศนา  คำเผยพระวจนะ ผ่านคำตักเตือนของผู้นำหรือพี่น้องคริสเตียน และบางครั้งผ่านทางสถานการณ์ต่างๆ ทำให้เราเกิดการตระหนักถึงการทรงนำ  อย่างไรก็ตามโดยส่วนใหญ่แล้วพระเจ้าจะตรัสกับเราผ่านทาง 1. การอ่านพระคัมภีร์ เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่มีฤทธิ์เดชในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ บางครั้งพระคัมภีร์บางตอนที่เราอ่านจะเกิดชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาดใจในจิตใจของเราซึ่งสัมผัสวิญญาณของเรา ทำให้เราเกิดการตระหนักว่าเป็นเสียงของพระเจ้าที่ตรัสกับเรา และหลายๆ ครั้งที่พระเจ้าตรัสกับเราผ่าน 2. ส่วนลึกแห่งจิตใจของเรา เป็นความรู้สึกเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่พระเจ้าอยากให้เราทำ และหลายครั้งเช่นกันที่พระเจ้าตรัสกับเราผ่านทาง…

    0 FacebookTwitterWhatsappLINEEmail