การนมัสการพระเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคริสเตียนที่แสดงออกถึงความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า พระเจ้าได้สร้างเรามาให้นมัสการพระองค์ยน.4:23-24 “พระเจ้าแสวงหาคนที่นมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณและความจริง…”    

การนมัสการที่ถูกต้องจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่สำคัญ หรือเชื้อชาติใด แต่ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณภายในเป็นหลัก เพราะพระเจ้าเป็นพระวิญญาณ เราไม่ได้นมัสการด้วยความคิด หรือ อารมณ์ หรือความรู้สึก หรือรูปแบบภายนอกเท่านั้น แต่มาจากภายในส่วนลึกที่สุดของเรา ไม่เพียงเท่านั้น เราต้องนมัสการด้วยความจริงตามรากฐานพระคัมภีร์ ไม่ใช่ตามใจชอบของเรา หรือตามขนบธรรมเนียมประเพณี หรือตามความเคยชิน พระเจ้าไม่รับการนมัสการ ถ้าเรายังอยู่ในความบาป การนมัสการของเราก็ไม่ถูกต้อง (สดด.24:3-4) 

  1. ความหมายของการนมัสการ

1.1 ความหมายแนวกว้าง  คือ การนมัสการรวมไปถึงทุกอิริยาบถของเรา และชีวิตของเรามอบถวายนมัสการพระเจ้าอันเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต (รม.12:1-2) ดังนั้นการที่เราขายของที่ตลาดอย่างสัตย์ซื่อ เราตั้งใจเรียน เราทำข้อสอบอย่างสัตย์ซื่อ การเชื่อฟัง หรือทำสิ่งดีต่างๆ ตามพระทัยพระเจ้า ก็เป็นการนมัสการพระเจ้า เช่น

  • ก.การถวายตัว  (รม.12:1-2)
  • ข.ความประพฤติที่ดี  (1ปต.2:12, ฮบ.13:16)
  • ค.การมีชีวิตที่บริสุทธิ์ และปราศจากตำหนิ  (อฟ.1:3-6)
  • ง.การถวาย  (สภษ.3:9, มลค.3:8-10)

1.2 ความหมายแนวแคบ หรือเจาะจง คือ การนมัสการที่ตั้งเวลาไว้ เพื่อแสดงออกถึงการเห็นคุณค่าพระเจ้า เป็นการยกย่องสรรเสริญพระเจ้า เป็นการพูดถึงสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำและจะกระทำในอนาคต การนมัสการอย่างนี้จึงเป็นการนมัสการส่วนตัว และส่วนรวมในชุมชนและแสดงออกมาในลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น การร้องเพลง การยกมือ การกระโดดโลดเต้น เป็นต้น

พระคัมภีร์ที่เขียนเจาะจงเรื่องการนมัสการอย่างถูกต้อง ในลักษณะต่าง ๆ กัน เมื่อเรารักพระเจ้า เราอดไม่ได้ที่จะแสดงออกด้วยการนมัสการ พระเจ้าเช่นเดียวกับการแสดงออกต่อคนที่เรารัก เราไม่สามารถเก็บความรักไว้ในใจได้

  1. ทำไมเราต้องนมัสการพระเจ้า

2.1 การนมัสการเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ เพื่อมนุษย์จะสามารถสามัคคีธรรมกับพระเจ้า(อพย.25:8)

2.2 การนมัสการเป็นสิ่งที่พระเจ้าจะทรงฟื้นฟูในยุคสุดท้าย (กจ.15:16)

2.3 การนมัสการเป็นกิจกรรมเดียวที่คริสเตียนทุกคนจะกระทำอย่างต่อเนื่องบนสวรรค์

2.4 การนมัสการเป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงแสวงหาจากมนุษย์ ซึ่งแสดงว่า การนมัสการมีความสำคัญมาก (ยน.4:23-24)

2.5 พระคัมภีร์สั่งให้เรานมัสการ (สดด.29:2, 95:6-7)

2.6 การนมัสการเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า (สดด.50:23)

2.7 เพราะพระเจ้าทรงสมควรรับการนมัสการจากเรา (2ซมอ.22:4) (สดด.96:4, 99:2) (วว.4:8-11 , 5:12)

2.8 เพราะพระเจ้าประเสริฐ เราจึงนมัสการพระองค์ (สดด.34:8)

2.9 เพราะพระเจ้าทรงประทานพระพรแก่เรา เมื่อเรานมัสการ (สดด.103:1-3 , 107:21)

2.10 เพราะพระเจ้าทรงเลือกเราและช่วยเราให้รอดพ้นจากบาปเพื่อเป็นประชากรของพระองค์ เราจึงนมัสการพระองค์ (สดด.135:4)

2.11 เพราะพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุด เราจึงนมัสการ (สดด.92:1-2 , 135:5 , 150:2)

  1. ลักษณะของการนมัสการพระเจ้าอย่างถูกต้อง

3.1 มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของการนมัสการ (ยน.4:24)

3.2 มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า สารภาพบาป และรับการยกโทษจากพระเจ้าแล้ว(ยรม.31:31-34)

3.3 ไม่ขึ้นกับสถานที่แต่ขึ้นอยู่กับท่าทีในใจของเรา (ยน.4:21-24)

3.4 นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริงใจต่อพระเจ้า (อสย.29:13) (ยน.4:22-23)

3.5 นมัสการด้วยความจริง โดยตระหนักว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่เพียงผู้เดียว และมีการแสดงออกด้วยความเข้าใจอย่างมีความหมาย (ยน.4:22-23)

  1. รูปแบบของการนมัสการ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งแบบแผน ทรงทำทุกอย่าง อย่างมีแบบแผนเจาะจงเสมอ และหากจะมีรูปแบบในการนมัสการให้เลือก มนุษย์ควรจะเลือกรูปแบบที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ในพระคัมภีร์ เช่น

4.1 การร้องเพลง(สดด.81:1, 95:1, 100:1, 147:1)

4.2 การโห่ร้อง(สดด.32:11, 35:27, 47:1, 132:9 , 132:16) (อสย.12:6)

4.3 การตบมือ(สดด.47:1, 98:8)

4.4 การยกมือ(สดด.63:4, 134:1, 141:2, 143:6)

4.5 การยืน(สดด.134:1, 135:1-2)

4.6 การคุกเข่า หรือการก้มกราบ (สดด.95:6)

4.7 การพูดสรรเสริญพระเจ้า (สดด.145:21, 148:1-2) (ฟป.2:11)

4.8 การเงียบ(สดด.46:10)

4.9 การลิงโลด หรือ การเต้นรำ(อพย.15:20) (2ซมอ.6:14) (1พศด.15:29) (สดด149:3, 150:4) (ยรม.31:4)

4.10 การร้องเพลงบทใหม่ หรือเพลงในพระวิญญาณ (สดด.33:3, 40:3, 96:1, 98:1, 144:9, 149:1)

4.11 การใช้เครื่องดนตรี (1พศด.23:5) (สดด.15:3-5) (วว.14:2-5)

4.12 การแสดงความชื่นชมยินดี (ลนต.23:40) (ฉธบ.12:11-12)

  1. ผลของการนมัสการพระเจ้าอย่างถูกต้อง

5.1 นำมาซึ่งการทรงสถิตย์ของพระเจ้า (อพย.29:41-46) (2พศด.5:13-14) (สดด.22:3) (ศฟย.3:17)

5.2 นำมาซึ่งวิญญาณแห่งการเผยพระวจนะ (2พกษ.3:11-17) (กจ13:1-3)

5.3 นำมาซึ่งการร้องเพลงบทใหม่จากวิญญาณภายในถวายแด่พระเจ้า (2พศด.29:27) (อฟ.5:19) (คส.3:16)

5.4 นำมาซึ่งชัยชนะฝ่ายวิญญาณ ทำให้มีกำลังขึ้นเมื่อวิญญาณจิตใจอ่อนล้า หรือท้อถอย(อสย.61:3)

5.5 ทำให้เกิดความสุข ความชื่นชมยินดี (สดด.34:1-4) การนมัสการนั้นนำมาซึ่งพระพร ฤทธิ์เดช กำลังฝ่ายวิญญาณ และชัยชนะในการดำเนินชีวิต วันนี้ท่านนมัสการแล้วหรือยัง?


Related Articles

Comments are closed.