การถวายเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ที่พระองค์ปรารถนาให้เราสำแดงออกถึงความรักในพระองค์เพราะพระองค์ตรัสว่า “หากทรัพย์อยู่ที่ไหนใจของเราก็อยู่ที่นั่นด้วย” (มธ.6:21) ซึ่งแท้จริงแล้วทรัพย์สินทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนแต่เป็นของพระเจ้าทั้งสิ้นไม่ใช่ของเราเลย (ฮกก.2:8) เมื่อเรานำทรัพย์ถวายให้กับพระเจ้าใจของเราก็อยู่กับพระเจ้า และอยู่เพื่อพระนิเวศน์ของพระเจ้าด้วยเช่นกัน

1.หลักการถวายในพระคัมภีร์

1.1 ตระหนักว่าพระเจ้าเป็นเจ้าของทุกอย่างและพระเจ้าทรงมอบสิ่งต่างๆ ไว้ในมือเรา (1พศด.29:11-12) เพื่อเราจะเป็นผู้อารักขาจัดการกับสิ่งที่พระเจ้าให้กับเราอย่างเกิดผลสูงสุด

1.2 ตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพระเจ้า (1พศด.29:14) เราทั้งหลายถวายก็เพื่อพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อหวังผลตอบแทน

1.3 ถวายทุกสิ่งด้วยความเต็มใจเหมือนถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า (คส.3:23) 

1.4 การถวายเป็นคำสั่งของพระเยซูคริสต์ (ลก.6:3) 


2. ทำไมจึงต้องถวายทรัพย์

2.1 เป็นการแสดงความรักและความเชื่อต่อพระเจ้า (2คร.8:7) (ฮบ.13:16) (ลก.21:1-4) การถวายเป็นการแสดงออกถึงความรักความศรัทธาที่เรามีต่อพระเจ้า เหมือนที่พระเจ้ารักเราแล้วพระองค์หยิบยื่นความรักที่พระองค์มีต่อเราให้กับเราด้วยการยอมสละพระองค์ที่กางเขน

2.2 เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า (สภษ.3:9-10) การถวายทรัพย์เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า เป็นการแสดงออกถึงการเห็นคุณค่าพระเจ้า

2.3 เป็นการนมัสการพระเจ้า (ลก.21:1-4) (2คร.9:5) เมื่อเรานำทรัพย์สินเงินทองที่เรามีอยู่มาถวายแด่พระเจ้าเป็นการแสดงการนมัสการพระเจ้าดังนั้นเราควรจะถวายทรัพย์ทุกครั้งที่มีโอกาสนมัสการพระเจ้า

2.4 เพื่อเราจะรู้จักยำเกรงพระเจ้า(ฉธบ.14:23) เนื่องจากการถวายเป็นสิ่งที่สะท้อนท่าทีภายในใจของผู้ที่ถวายที่ตระหนักว่าพระเจ้าเป็นผู้ประทานสิ่งต่างๆ ให้กับเรารวมถึงเป็นการแสดงการขอบพระคุณพระเจ้าด้วย

2.5 พระเจ้าสั่งให้เราถวายซึ่งเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ(มธ.22:21) (มลค.3:10) เป็นการทดสอบจิตใจของเราว่า เราจะรักพระเจ้ามากกว่าทรัพย์สินเงินทองหรือไม่ยิ่งเราถวายเราจะยิ่งเห็นการอวยพรของพระเจ้าพระเจ้าจะเปิดฟ้าสวรรค์และเทพระพรลงมาให้กับเรา

2.6 การถวายจะได้รับพระพรจากพระเจ้า (มลค.3:10-12) (2คร.9:6) ซึ่งเป็นการแสดงออกว่า จิตใจของเราไม่ติดยึดอยู่ที่ทรัพย์สินเงินทองทำให้พระเจ้าสามารถที่จะอวยพรเราได้

2.7 เป็นวิธีการเลี้ยงดูผู้รับใช้พระเจ้า (กดว.18:21) (1คร.9:14) (ลก.10:7) เนื่องจากผู้รับใช้พระเจ้าได้เสียสละเวลาความสามารถและสิ่งต่างๆ เพื่อมาดูแลสั่งสอนเราทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์  คริสเตียนจึงถวายทรัพย์เพื่อเลี้ยงดูผู้รับใช้

2.8 เป็นการแสดงว่าเราได้รับพระพรฝ่ายวิญญาณ (2คร.9:11-14) การถวายเป็นการแสดงออกถึงการที่เราได้รับพระพรไม่เพียงด้านกายภาพเท่านั้น ยังชี้ให้เห็นว่าเราได้รับพระพรฝ่ายวิญญาณด้วย

2.9 เป็นวิธีการที่พระเจ้าตั้งไว้ให้งานพระราชกิจของพระเจ้าได้รับการสนับสนุน (มลค.3:10) เพื่อใช้สำหรับงานของพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นงานประกาศ งานติดตามผลงานด้านอื่นๆในคริสตจักรที่จะต้องใช้เงินในการดำเนินการด้วย


3. ท่าทีในการถวาย

พระเจ้าไม่อยากให้เราถวายเป็นแต่การแสดงออกภายนอก แต่อยากให้มีใจและท่าทีถูกต้องพระเจ้าจึงจะสามารถอวยพระพรได้ดังนั้นเราจึงควรมีท่าทีที่ถูกต้องในการถวายดังนี้ คือ

3.1 ถวายด้วยใจยินดี ไม่ใช่ด้วยการฝืนใจ (2คร.9:7) (ฉธบ.12:11-12) เราไม่ควรรู้สึกเสียดายเมื่อเราถวายแต่เราควรจะรู้สึกว่าการถวายเป็นสิทธิพิเศษ

3.2  ถวายด้วยใจกว้างขวาง (2คร.9:11) ไม่เพียงไม่รู้สึกเสียดาย แต่ต้องให้ด้วยใจกว้างขวาง

3.3 ตัดสินใจล่วงหน้าก่อนว่าจะถวายเท่าใด (2คร.9:7) เราสามารถเตรียมการถวายมาก่อนตั้งแต่อยู่ที่บ้านไม่ต้องมาตัดสินใจว่าจะถวายเท่าไหร่เมื่อถึงเวลาถวาย

3.4 ถวายด้วยใจนมัสการ (2คร.9:5) การถวายถือเป็นการนมัสการพระเจ้าอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการร้องเพลงหรือการเต้นรำ

3.5 เป็นการแสดงออกถึงการยอมรับการเป็นเจ้าชีวิตของพระเจ้าเหนือเรา (มลค.3:10)

3.6 ถวายอย่างจริงใจเป็นการแสดงออกถึงการถวายตัวให้พระเจ้า (2พศด.31:4-6) เป็นดั่งเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์

3.7 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระเจ้า(2พศด.31:5)

3.8 แสดงออกถึงการขอบพระคุณพระเจ้า(ปฐก.14:20) (ฉธบ.14:28)

3.9 ถวายด้วยความเสียสละ (2คร.8:2-3) เป็นการถวายที่แม้ว่าบางครั้งดูเหมือนว่าถวายในจำนวนที่มาก

3.10 ถวายด้วยความเต็มใจ (2คร.8:4)

3.11 ถวายโดยไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ (มธ.6:1-4) (ลก.18:12)

3.12 ถวายอย่างสัตย์ซื่อ (กจ.5:1-4)

3.13 ถวายอย่างสม่ำเสมอ (1คร.16:2)

3.14 ถวายด้วยความเชื่อ (2คร.8:3)


4. ถวายไว้ที่คลังพระนิเวศน์(1พศด.29:18) เช่น

4.1 ถวายให้กับการรับใช้ในคริสตจักรท้องถิ่น (1คร.9:9-11) เพื่อผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลาค่าเช่าสถานนมัสการ งานรับใช้ด้านต่าง ๆ ของคริสตจักรในด้านการบริหารงานด้านสังคมสงเคราะห์ของคริสตจักร ถวายเพื่อการดูแลฝ่ายวิญญาณ และอื่น ๆ อีกมากมายพระวจนะสอนให้เราถวายสิบลดแก่คริสตจักรที่เราได้รับการดูแลฝ่ายจิตวิญญาณคือคริสตจักรท้องถิ่นที่เราเป็นสมาชิกหรือที่เราไปนมัสการอย่างสม่ำเสมอ

4.2 ถวายให้กับงานประกาศอื่น ๆ (ฟป.4:14-18) เราควรมีการจัดสรรเงินบางส่วนในการถวายพิเศษ เพื่องานต่าง ๆ เช่นงานพันธกิจเพื่อการขยายงานรับใช้พระเจ้าในต่างจังหวัดถวายเพื่อผลิตใบปลิวคำพยานชีวิตที่ใช้นำออกแจกจ่ายให้คนอื่นได้อ่านเพื่อความรอดจะไปสู่คนที่ยังไม่เชื่อได้

4.3 ถวายเพื่อช่วยเหลือคริสเตียนที่ขัดสน (2คร.8:4) (กจ.2:45) 


5. สิ่งที่นำมาถวายให้กับพระเจ้า

5.1การถวายสิบลด (ลก.18:12) (มธ.23:23) (มลค.3:8-12) (ปฐก.14:20) เป็นการถวายที่คริสเตียนต้องทำเป็นการถวายคืนพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่งทั้งสิ้นในโลกนี้ซึ่งเรานั้นเป็นเพียงผู้อารักขาของพระเจ้า ดังนั้นการถวายสิบลดจึงเป็นการคืน ใน10 ของทรัพย์ที่เราได้รับมาให้กับเจ้าของที่แท้จริง คือพระเจ้านั่นเอง

5.2 การถวายพิเศษ (อพย.30:14) เป็นส่วนที่นอกเหนือจากสิบลดที่ถวาย เพื่อเรื่องต่าง ๆที่เรามีภาระใจต่องานของพระเจ้าในคริสตจักร เช่น การถวายเพื่อซื้อที่ดินคริสตจักรถวายเพื่อการสร้างคริสตจักร ถวายเพื่อพันธกิจถวายเพื่อเครื่องใช้ในสำนักงานของคริสตจักร หรือ ถวายเพื่อผู้ขัดสนเป็นต้น

5.3 การถวายทรัพย์สินที่เป็นสิ่งของ (อพย.30:12 , 35:21)

5.4 ถวายเสียง หรือ ความสามารถด้วยการร้องเพลง (1พศด.16:9-23) (สดด.135:3 , 19) 

5.5 การถวายตัวและเวลา (รม.6:13) (1คร.16:15) (2คร.8:5) ถวายความรู้ความสามารถในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า


6. ผลของการถวาย

6.1 จะได้รับการอวยพรตอบ (ลก.6:38)

6.2 จะมีทุกสิ่งอย่างเพียงพอสำหรับตัวเองและงานของพระเจ้า(2คร.9:8)

Related Articles